Mastering?

อะไรคือการ Mastering ??

            Mastering คือขั้นตอนสุดท้ายของ post-production จุดมุ่งหมายของการ mastering การปรับ balance ของเสียงในแบบ stereo mix และปรับให้เข้ากับการเล่นบน format ต่าง ๆ รวมไปถึงการปรับให้เข้ากันระหว่างเพลงใน อัลบั้มเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว การ mastering จะใช้เครื่องมือเช่น Equalization, Compression, Limiting และ stereo enhancement

 

          ลองคิดง่ายๆว่าการ mastering เปรียบเหมือนกาว, สีเคลือบ ที่ใช้กับการปรับแต่งให้เพลงมีความเหมาะสมกับเครื่องเล่นทุกประเภทตั้งแต่ลำโพงเล็กของ IPhone ไปยัน เครื่องเสียงชุดใหญ่ตามพับ ซึ่งตัวเพลงที่ถูกแพร่กระจายไป ทั้งลงแผ่น CD vinyl หรือตามระบบ streaming ต่าง ๆ ก็ล้วนเป็นเพลงหลังจากการทำ mastering แล้ว

นอกจากนี้ mastering จะช่วยคืนเสียงเล็กน้อยๆที่หายไปจากการ Final mix

 

ทำไมต้อง Mastering

            เป้าหมายของ mastering คือทำให้แน่ใจว่าเสียงเพลงนั้นจะได้เสียงที่ดีที่สุดในทุก platforms  ไม่ว่าคุณจะทำการบันทึกเสียงและ mixing มาในราคา ล้านบาท หรือ ในราคาที่มีข้อกำหนดมากมายก็ตาม สุดท้ายแล้วคุณก็ยังต้องทำการเช็ค quality ของเสียงด้วยการ mastering เพื่อทำให้แน่ใจว่าเพลงที่จะถูกปล่อยออกไปนั้นได้เสียงตามที่คุณต้องการแล้วหรือไม่

 

แล้ว mastering ทำอะไรบ้างละ

Audio restoration

            ในขั้นนี้ จะแก้อาการติดขัดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นจากการ mix เช่น เสียง clicks ที่ไม่ต้องการ เสียง pops(เสียง พะ ผะ ที่ทีลมมาด้วย) หรือ hisses (เสียง ฟ ฝ ซ)

 

Stereo enhancement

            ขั้นนี้เป็นการปรับระยะการ balance ระหว่างซ้าย-ขวา ของเพลง ถ้าทำได้ดีจะช่วยให้เพลงรู้สึกกว้างละใหญ่ขึ้น

 

EQ

            ทำการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยเพิ่มสิ่งที่ขาด ตัดสิ่งที่เกิน แต่ไม่ควรมากจนเกินไปถ้ามากเกินไปควรสงสัยแล้วว่า mixdown ที่ผ่านมานั้นถูกใจเราแล้วหรือไม่ แล้วต้องทำให้แน่ใจว่าจะสามารถฟังแล้วดีกับทุกระบบเสียง

 

Compression

             ทำการจัดระยะของ dynamic range แต่ยังคงเสียงที่ดังไว้เท่าเดิมในขณะที่ดึงเสียงที่เบาขึ้นมา ในขั้นนี้จะทำการเพิ่มความกลมกลืนของแต่ละส่วนให้รวมกันในแบบที่ควรจะเป็น

 

Loudness

            เป็นขั้นตอนสุกท้ายของ mastering โดยการใช้ compressor ชนิดพิเศษที่เรียกว่า limiter โดย limiter นั้นจะช่วยให้เสียงทั้งหมดดังขั้นและสร้างเพดาน Peak (Peak ceiling) หรือก็คือ ทำให้สียงดังขึ้นโดยไม่เกิดการ cliping นั่นเอง หากเป็นการปรับในอัลบั้มหรือ Ep ก็ควรทำให้ใกล้เคียงกันเพื่อให้ผู้ฟังไม่ต้องปรับ ความดังเองเมื่อทำการฟังเพลงต่อๆกัน

 

 

Bit depth reduction และ sample rate conversion

            ทำการ conversion หรือ dither sample rate และ bit depth ที่เราต้องการ เช่น เราต้องการนำเพลงลง CD ที่ 44.1kHz 16bit ก็ต้องทำการ convert ให้ได้ตามนั้น

 

Sequencing และ spacing

            หนึ่งในขั้นสุดท้ายของ mastering ใน อัลบั้มหรือ EP spacing คือระยะการเว้นระหว่างเพลงว่าควรห่างกันเท่าไหร่

 

อ้างอิง : What is mastering ?, LANDR, https://www.landr.com/what-is-mastering

            What is mastering? And why is it important, Izotope, https://www.izotope.com/en/learn/what-is-mastering.html

 

แปลและเรียบเรียงโดย กิตติธร หิมะสุข

Visitors: 77,419